วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553

อาการก่อนมีประจำเดือน

ผู้หญิงจำนวนมากไม่รู้จักและไม่ทราบว่าตัวเองมีอาการไม่พึงประสงค์ก่อนมีประจำเดือน หรือบางคนอาจจะรู้แต่ไม่ได้ไปรักษา เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงหลายคนก็เป็นกัน ทำให้ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่ากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน เป็นอาการทางกายและใจที่เกิดกับผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ในช่วงประมาณ 5 วัน ก่อนมีประจำเดือน โดยอาการจะดีขึ้นและหายไปหลังจากประจำเดือนมาแล้ว

สาเหตุยังไม่ทราบกันแน่ชัด แต่ทางการแพทย์สันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับของฮอร์โมนเพศ ในระหว่างรอบประจำเดือนความรุนแรงของอาการแต่ละคนขึ้นอยู่กับหลายสาเหตุ เช่น ลักษณะการใช้ชีวิต ความเครียด และกรรมพันธุ์

อาการหลักๆเช่น คัดตึงเต้านม มือหรือเท้าบวม ปวดศีรษะ ไมเกรน ท้องอืด น้ำหนักขี้น อยากอาหารมากกว่าปกติ นอนไม่หลับ หรือนอนมากกว่าปกติ หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ขาดสมาธิ เครียด วิตกกังวล ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การทำงาน และการเข้าสังคม

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนชนิดรุนแรง เช่น ก้าวร้าว รู้สึกชีวิตสิ้นหวัง ไร้ค่า ควบคุมตัวเองไม่ได้ อยากฆ่าตัวตาย โดยความรุนแรงอาจมีผลเสียต่อการใช้ชีวิตของผู้ที่มีอาการเป็นอย่างมาก และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไดรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

วิธีปฏิบัติสำหรับผู้หญิงที่มีอาการก่อนมีประจำเดือน สามารถทำได้โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตและฝึกควบคุมจิตใจและอารมณ์ รับประทานวิตามิน ซึ่งแนวทางดังกล่าวอาจช่วยบรรเทาอาการกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนได้ก็จริง แต่ก็ยังไม่มีงานวิจัยชิ้นใดยืนยันถึงผลการรักษาอาการกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ได้มีการคิดค้นยาคุมกำเนิดซึ่งมีประสิทธภาพในการคุมกำเนิด และปรับระดับฮอร์โมนเพศให้คงที่ในช่วงก่อนมีรอบเดือน ซึ่งอาจช่วยรักษาอาการทางอารมณ์และร่างกายที่เกี่ยวเนื่องกับกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนชนิดรุนแรงได้

ศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขได้ทำการสำรวจ "กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนในผู้หญิงไทย" ในผู้หญิงอายุระหว่าง 18-45 ปี ในเขต กทม. จำนวน 100 คน ระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2552 พบว่า 58% ของผู้หญิงไทยมีอาการกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ได้รับผลกระทบทางด้านอารมณ์มากที่สุด เช่น อารมณ์แปรปรวน รองลงมาคือ ขาดสมาธิ และอาการทางด้านร่างกายคือบวมน้ำ บ่งชี้ว่ากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ที่ส่งผลกระทบด้านอารมณ์เป็ฯสิ่งที่ก่อให้เกิดความกังวลด้านร่างกาย นอกจากนี้ปัจจัยทางด้านสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงความเครียดและวิถีการดำเนินชีวิตก็เป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ได้เช่นกัน

การวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับผลการสำรวจของ ศ.ลอเรน เดนเนอร์สไตน์ ผอ.สำนักงานเพศศึกษาและสุขภาพ แผนกจิตเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งได้ทำการศึกษาเชิงคุณภาพในกลุ่มผู้หญิงและแพทย์ในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก 4 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง ปากีสถาน และไทย โดยจากการศึกษาเชิงปริมาณในประเทศไทยพบว่ากิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ไดรับผลกระทบจากกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ได้แก่ ประสิทธภาพการทำงาน 66% ความเป็นระเบียบภายในบ้าน 53% คู่รักครอบครัว 23% เพื่อนและผู้ร่วมงาน 13% กิจกรรมยามว่าง 12% กิจกรรมทางเพศ 12% และการเรียน 8%

ผศ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโธ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว่า ผู้มีอาการ่อนมีประจำเดือนควรปรึกษาแพทย์เพื่อรบการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม พร้อมกันนี้ควรปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันควบคู่ไปด้วย อาทิ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฝึกสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ พักผ่อนให้เพียงพอ บริโภคอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ หลีกเลี่ยงความเครียดในชีวิตประจำวัน

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 24 เมษายน 2553

ชุดคนอ้วน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น