การสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ วันละ 30 นาที จะช่วยลดความดันโลหิตได้เฉลี่ย 3 มม. ปรอทต่อสัปดาห์
ลดคอเลสเทอรอลด้วยอาหาร
ระดับคอเลสเตอรอลของคนเราเพิ่มขี้นทุกๆวันๆ ตามอายุ ร่างกายของเราสร้างคลอเรสเทอรอลบางส่วนขี้นเองก็จริง แต่ส่วนใหญ่แล้ว เราได้รับมาจากอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันมาก ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ผู้หญิงกว่าครี่งในสหราชอาณาจักมีคลอเรสเทอรอลอยู่ในเกณฑ์สูงเมื่ออายุครบ 55 ปี
เรื่องนี้เราขอ ลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวและไขมันชนิดทรานส์ลง และหันไปบริโภคไขมันไม่อิ่มตัวชนิดต่างๆ แทน นอกจากนี้เรายังต้องขอให้คุณรับประทานปลาที่มีไขมันมาก 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือรับประทานนำมันปลาเสริม เนื่องจากปลาเป็นแหล่งไขมันโอเมก้าสามที่ดีที่สุด และไขมันที่ว่าก็สามารถลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือด ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัว และทำให้หัวใจเต้นได้ตามปกติ ปลาไขมันมากที่ว่านี้รวมถึงปลาแซลมอน ปลาแมกเคอเรล ที่ใช้ทำปลากระป๋อง ปลาเฮอร์ริ ปลาซาร์ดีน ปลาพิลชาด ปลาคิปเปอร์ ปลาไหล และปลาทูน่า
อาหารดีช่วยได้ ถั่วเปลือกแข็ง แทบทุกชนิดมีฤทธิ์ช่วยลดคลอเรสเทอรอล นอกจากนี้ถั่วยังมีกากใย ช่วยในการขจัดไขมันออกจากร่างกายอีกด้วย
ออกกำลังเสริม พยายามเดินเร็วๆ ครั้งละ 10 นาทีให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ คอเลสเทอรอลมีอยู่สองชนิดด้วยกันคือ คอเลสเทอรอลร้ายหรือ IDL Cholesterol ซึ่งจะไปเกาะตามผนังหลอดเลือดแดง และคอเลสเทอรอล ดีหรือ HDL Cholesterol ซึ่งมีหน้าที่ขนย้าย LDL ออกไปจากระบบเลือดของคุณ ซึ่งทุกๆ 10 นาทีของการออกกำลังกายจะช่วยให้ระดับ HDL ของคุณเพิ่มขี้นถึง 1.4 มก. และทุกมก. ที่เพิ่มขี้นก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจลงได้ถึง 3%
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ล้างหน้าด้วยสบู่แบบไหนดี
ความเชื่อที่ว่าล้างหน้าด้วยสบู่กับน้ำทำลายผิวเป็นความเชื่อที่ผิดค่ะ อยู่ที่ว่าคุณเลือกซื้อสบู่แบบไหนมากกว่า สบู่รุ่นใหม่ๆที่มีทั้งมอยส์เจอไรเซอร์และทำให้ผิวนุ่มขี้นนั้น เป็นสบู่ที่เกือบเหมือนสบู่ เพราะมีสารสบู่น้อยลงและมีไกลเซอรีนเพิ่มขี้น นอกจากรนี้ค่ะ pH ที่สมดุล พอดีกับความเป็นกรดด่างตามธรรมชาติของผิวคุณมากกว่าสบู่สมัยก่อน เคล็ดลับอยู่ที่ว่าคุณต้องเลือกสารที่มีอยู่ในสบู่ ไม่ใช่เลือกเพราะชื่อยี่ห้อ
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
AHAs คืออะไร
กรดอัลฟาไฮดรอกไซด์เป็นกรดธรรมชาติที่ได้จากผลไม้บางชนิดและน้ำตาลในนม โมเลกุลของมันมีขนาดเล็กจนสามารถซึมถึงชั้นผิวที่อยู่ข้างใต้ที่เรียกว่า Dermis และการผลัดผิวใหม่จะเกิดขี้นที่ชั้นนี้ นอกจากนี้ กรด AHAs ยังละลาย "ซีเมนต์" ที่ยึดจับเซลล์ที่ตายแล้วให้สลายตัวออกจากกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ ผลที่ได้ก็คือ ผิวหน้าของคุณจะนุ่มขี้น เนียนขี้น ริ้วรอยต่างๆลดเลือนลง รอยด่างดำ จางลง และเป็นสิวน้อยลง
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ริมฝีปากสวยดูอ่อนเยาว์
เมื่ออายุมากขี้น ริมฝีปากทีเคยอวบอิ่มเต่งเตึง และเจือไปด้วยสีแดงอมชมพู แลดูสุขภาพดีนั้นอาจเป็นสิ่งที่คุณปรารถนาอยากทำให้กลับมาอยู่กับคุณมากกว่าริมฝีปากสีซีดจาง มีริ้วรอย และดูแห้งกร้าน ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือการบำรุงผิวส่วนนี้ให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา
เติมความชุ่มชื้นไม่ให้ขาด
รอยแตกระแหง ลอกเป็นขุย และริ้วรอยร่องลึก ล้วนเป็นอุปสรรคในการทาลิปสติกให้สวยต่อให้คุณซื้อลิปสติกแบรนด์เนมชั้นสูงที่ระบุว่ามอบความชุ่มชื้นในตัว มันก็ยังไม่สามารถเนรมิตเรียวปากสวยให้คุณได้ ดังนั้นบาล์มบำรุงริมฝีปากก่อนนอนและยามเช้าเป็นเรื่องไม่ควรละเลย หากจะเติมในระหว่างวันก็จะช่วยมองความชุ่มชื้นแบบดับเบิ้ล อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าสะอาดมากๆด้วยอีกทาง
ใช้ทินต์แบบเด็กสาวใครว่าผิด
อย่าไปอิจฉาเด็กสาวทั้งหลายที่ริมฝีปากระเรื่ออมชมพูตลอดเวลา เพราะคุณก็เป็นเจ้าของเรียวปากนั้นได้ เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องทำให้มันแดงระเรื่อแบบโจ่งแจ้ง เทคนิคที่ฉันชอบทำคือการแตะทินต์สีแดงบนริมฝีปากด้านในทั้งด้านบนและด้านล่างในปริมาณเล็กน้อย พอมันกลายเป็นสีแดงอมชมพูระเรื่อ ก็ทากลอสใสหรือสีพีชบางๆทับ เท่านี้ก็จะได้เรียวปากแบบวัยเยาว์แล้ว
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
เติมความชุ่มชื้นไม่ให้ขาด
รอยแตกระแหง ลอกเป็นขุย และริ้วรอยร่องลึก ล้วนเป็นอุปสรรคในการทาลิปสติกให้สวยต่อให้คุณซื้อลิปสติกแบรนด์เนมชั้นสูงที่ระบุว่ามอบความชุ่มชื้นในตัว มันก็ยังไม่สามารถเนรมิตเรียวปากสวยให้คุณได้ ดังนั้นบาล์มบำรุงริมฝีปากก่อนนอนและยามเช้าเป็นเรื่องไม่ควรละเลย หากจะเติมในระหว่างวันก็จะช่วยมองความชุ่มชื้นแบบดับเบิ้ล อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าสะอาดมากๆด้วยอีกทาง
ใช้ทินต์แบบเด็กสาวใครว่าผิด
อย่าไปอิจฉาเด็กสาวทั้งหลายที่ริมฝีปากระเรื่ออมชมพูตลอดเวลา เพราะคุณก็เป็นเจ้าของเรียวปากนั้นได้ เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องทำให้มันแดงระเรื่อแบบโจ่งแจ้ง เทคนิคที่ฉันชอบทำคือการแตะทินต์สีแดงบนริมฝีปากด้านในทั้งด้านบนและด้านล่างในปริมาณเล็กน้อย พอมันกลายเป็นสีแดงอมชมพูระเรื่อ ก็ทากลอสใสหรือสีพีชบางๆทับ เท่านี้ก็จะได้เรียวปากแบบวัยเยาว์แล้ว
ที่มา นิตยสาร Woman & Home
วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555
รองพื้นให้น้อยที่สุด
ไม่มีอะไรจะทำให้คุณดูเยอะเกินไป เท่ากับรองพื้นที่หนาเป็นชั้น ซึ่งปกปิดเสียจนไม่สามารถเห็นพื้นผิวจริงของคุณได้ "หลังลงรองพื้น คอนซีลเลอร์และแป้งฝุ่น คุณควรยังเห็นพื้นผิวที่แท้จริง ตำหนิตามธรรมชาติอย่างกระ" ราเชล กู๊ดวิน ช่างแต่งหน้าชื่อดัง กล่าง ลองวิธีของเธอสิ
1. ชุบฟองน้ำให้เปียกเล็กน้อยก่อนเริ่มแต้มรองพื้น ความชื้นจากน้ำเปล่าจะช่วยเจือจางรองพื้นและทำให้ทาได้ง่ายขี้น
2. หยดรองพื้นขนาดเหรียญ 2 บาท ลงบนหลังมือ แล้วจุ่มฟองน้ำลงไป เริ่มทาจากกลางหน้าซึ่งเป็นส่วนที่ต้องการปกปิดมากที่สุดก่อน ค่อยกดเบาๆ เกลี่ยรองพื้นออกด้านข้างขอบหน้า ไปเรื่อยๆจนสีกลืนหายเนียนไปกับผิว "วิธีนี้จะให้สีผิวหน้าและคอของคุณเท่ากัน ไม่ต้องกลัวลอย"
3. ใช้มือที่สะอาดและแห้ง กดเบาๆให้ทั่วใบหน้า เหมือนกับการทามอยส์เจอไรเซอร์ "ความร้อนจากอุ้งมือ ช่วยให้รองพื้นดูเนียนเข้ากับผิวและทำให้ส่วนเกินที่หนาหลุดออก"
4. ขั้นต่อไป กลบสิวหรือรอยดำต่างๆด้วยคอนซีลเลอร์ "ใช้แปรงสำหรับทาคอนซีลเลอร์แต้มลงบนสิวโดยตรง แล้วเกลี่ย"
5. สุดท้าย ใช้ฟองน้ำเกลี่ยแป้งฝุ่นลงบริเวณ T Zone ( สันจมูกและหน้าผาก) วิธีนี้จะช่วยไม่ให้ใบหน้าของคุณดูเยิ้ม (เพราะส่วนที่มน้ำมันมากกว่าปกติมีแป้งควบคุมอยู่) ขณะที่ผิวแก้มก็ได้เปล่งประกาย ลิช พูห์ ช่างแต่งหน้าชื่อดัง กล่าว
"สำหรับสาวไทยที่โครงหน้าไม่ชัดเหมือนฝรั่งวิธีนี้อาจยิ่งทำให้ใบหน้าของคุณดูแบนลง ดังนั้นอาจเลือกใช้แปรงปัดแป้งเกลี่ยให้ทั่วใบหน้า แล้วลงไฮไลท์บริเวณสันจมูก หน้าผาก และคางเล็กน้อย
ที่มานิตยสาร Cosmopolitan
1. ชุบฟองน้ำให้เปียกเล็กน้อยก่อนเริ่มแต้มรองพื้น ความชื้นจากน้ำเปล่าจะช่วยเจือจางรองพื้นและทำให้ทาได้ง่ายขี้น
2. หยดรองพื้นขนาดเหรียญ 2 บาท ลงบนหลังมือ แล้วจุ่มฟองน้ำลงไป เริ่มทาจากกลางหน้าซึ่งเป็นส่วนที่ต้องการปกปิดมากที่สุดก่อน ค่อยกดเบาๆ เกลี่ยรองพื้นออกด้านข้างขอบหน้า ไปเรื่อยๆจนสีกลืนหายเนียนไปกับผิว "วิธีนี้จะให้สีผิวหน้าและคอของคุณเท่ากัน ไม่ต้องกลัวลอย"
3. ใช้มือที่สะอาดและแห้ง กดเบาๆให้ทั่วใบหน้า เหมือนกับการทามอยส์เจอไรเซอร์ "ความร้อนจากอุ้งมือ ช่วยให้รองพื้นดูเนียนเข้ากับผิวและทำให้ส่วนเกินที่หนาหลุดออก"
4. ขั้นต่อไป กลบสิวหรือรอยดำต่างๆด้วยคอนซีลเลอร์ "ใช้แปรงสำหรับทาคอนซีลเลอร์แต้มลงบนสิวโดยตรง แล้วเกลี่ย"
5. สุดท้าย ใช้ฟองน้ำเกลี่ยแป้งฝุ่นลงบริเวณ T Zone ( สันจมูกและหน้าผาก) วิธีนี้จะช่วยไม่ให้ใบหน้าของคุณดูเยิ้ม (เพราะส่วนที่มน้ำมันมากกว่าปกติมีแป้งควบคุมอยู่) ขณะที่ผิวแก้มก็ได้เปล่งประกาย ลิช พูห์ ช่างแต่งหน้าชื่อดัง กล่าว
"สำหรับสาวไทยที่โครงหน้าไม่ชัดเหมือนฝรั่งวิธีนี้อาจยิ่งทำให้ใบหน้าของคุณดูแบนลง ดังนั้นอาจเลือกใช้แปรงปัดแป้งเกลี่ยให้ทั่วใบหน้า แล้วลงไฮไลท์บริเวณสันจมูก หน้าผาก และคางเล็กน้อย
ที่มานิตยสาร Cosmopolitan
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)