1. รักษาน้ำหนักตัวและปริมาณไขมันในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
ปัจจุบันการตรวจวัดดูปริมาณไขมันในร่างกายสามารถทำได้ทั่วไป ทั้งที่โรงพยาบาง คลินิก และสถานพยาบาลต่างๆ โดยการมีน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือน้อยเกินไปจะทำให้ตั้งครรภ์ได้ยากขี้น นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ทีอ้วน มีปริมาณไขมันในร่างกายสูง อาจส่งผลต่อความผิดปกติของทารก มีความเสี่ยงของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง ครรภ์เป็นพิษ คลอดก่อนกำหนด และคลอดทารกตัวใหญ่ (หนักมากกว่า 4 กิโลกรัม) ซึ่งล้วนแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของแม่และทารกทั้งสิ้น
ฉะนั้นจึงแนะนำให้ผู้ที่อ้วนและมีไขมันร่างกายสูงลดน้ำหนักลงบ้าง ด้วยการหันมาใส่ใจเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่พอเหมาะ และมีการออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย โดยลองปรึกษานักกำหนดอาหารเพื่อให้ได้สารอาหารอย่างเพียงพอ
2. ประเมินอาหารที่บริโภคอยู่ในปัจจุบันว่ายังขาดอาหารหมุ่ใดหรือไม่
โดยสามารถประเมินได้จากสิ่งเหล่านี้
- คุณเลือกบริโภคข้าว/แป้งประเภทไม่ขัดสี อย่างเช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เล่ย์ และธัญพืชต่างๆหรือไม่
- คุณบริโภคผักได้วันละ 3-4 ทัพพี และหลากหลายชนิดหรือไม่
- คุณบริโภคผลไม้สดทุกวันหรือไม่
- คุณดื่มนม นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม โยเกิร์ต หรืออาหารอื่นๆที่มีแคลเซียมสูงหรือไม่
- คุณเลือกบริโภคปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ เต้าหู้ ทุกวันหรือไม่
- คุณบริโภคของหวาน รวมทั้งน้ำหวาน เครื่องดื่มมีน้ำตาลทั้งหลายบ่อยแค่ไหน
โดยมีสารอาหารหลายชนิดที่มีความจำเป็นต่อการตั้งครรภ์ที่ปกติ และต่อการเจริญเติบโตของทารก ซึ่งควรเน้นเพราะเป็นสารอหาารที่ขาดได้ง่าย ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินอี วิตามินเอ โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก และโฟเลท เพราะถึงแม้ว่าหญิงตั้งครรภ์จะได้รับวิตามิน-แร่ธาตุ รับประทานวันละ 1 เม็ด แต่ถึงอย่างไรก็ต้องถือว่าวิตามินนี้เป็นเพียงแค่ เสริม เท่านั้น อย่าคิดว่ามันจะมาทดแทนสารอหารที่มาจากอาหารที่มีประโยชน์เป็นอันขาด
ที่มา นิตยสาร HealthToday
วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)