ผู้หญิงจำนวนมากไม่รู้จักและไม่ทราบว่าตัวเองมีอาการไม่พึงประสงค์ก่อนมีประจำเดือน หรือบางคนอาจจะรู้แต่ไม่ได้ไปรักษา เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงหลายคนก็เป็นกัน ทำให้ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่ากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน เป็นอาการทางกายและใจที่เกิดกับผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ในช่วงประมาณ 5 วัน ก่อนมีประจำเดือน โดยอาการจะดีขึ้นและหายไปหลังจากประจำเดือนมาแล้ว
สาเหตุยังไม่ทราบกันแน่ชัด แต่ทางการแพทย์สันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับของฮอร์โมนเพศ ในระหว่างรอบประจำเดือนความรุนแรงของอาการแต่ละคนขึ้นอยู่กับหลายสาเหตุ เช่น ลักษณะการใช้ชีวิต ความเครียด และกรรมพันธุ์
อาการหลักๆเช่น คัดตึงเต้านม มือหรือเท้าบวม ปวดศีรษะ ไมเกรน ท้องอืด น้ำหนักขี้น อยากอาหารมากกว่าปกติ นอนไม่หลับ หรือนอนมากกว่าปกติ หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ขาดสมาธิ เครียด วิตกกังวล ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การทำงาน และการเข้าสังคม
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนชนิดรุนแรง เช่น ก้าวร้าว รู้สึกชีวิตสิ้นหวัง ไร้ค่า ควบคุมตัวเองไม่ได้ อยากฆ่าตัวตาย โดยความรุนแรงอาจมีผลเสียต่อการใช้ชีวิตของผู้ที่มีอาการเป็นอย่างมาก และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไดรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
วิธีปฏิบัติสำหรับผู้หญิงที่มีอาการก่อนมีประจำเดือน สามารถทำได้โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตและฝึกควบคุมจิตใจและอารมณ์ รับประทานวิตามิน ซึ่งแนวทางดังกล่าวอาจช่วยบรรเทาอาการกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนได้ก็จริง แต่ก็ยังไม่มีงานวิจัยชิ้นใดยืนยันถึงผลการรักษาอาการกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ได้มีการคิดค้นยาคุมกำเนิดซึ่งมีประสิทธภาพในการคุมกำเนิด และปรับระดับฮอร์โมนเพศให้คงที่ในช่วงก่อนมีรอบเดือน ซึ่งอาจช่วยรักษาอาการทางอารมณ์และร่างกายที่เกี่ยวเนื่องกับกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนชนิดรุนแรงได้
ศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขได้ทำการสำรวจ "กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนในผู้หญิงไทย" ในผู้หญิงอายุระหว่าง 18-45 ปี ในเขต กทม. จำนวน 100 คน ระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2552 พบว่า 58% ของผู้หญิงไทยมีอาการกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ได้รับผลกระทบทางด้านอารมณ์มากที่สุด เช่น อารมณ์แปรปรวน รองลงมาคือ ขาดสมาธิ และอาการทางด้านร่างกายคือบวมน้ำ บ่งชี้ว่ากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ที่ส่งผลกระทบด้านอารมณ์เป็ฯสิ่งที่ก่อให้เกิดความกังวลด้านร่างกาย นอกจากนี้ปัจจัยทางด้านสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงความเครียดและวิถีการดำเนินชีวิตก็เป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ได้เช่นกัน
การวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับผลการสำรวจของ ศ.ลอเรน เดนเนอร์สไตน์ ผอ.สำนักงานเพศศึกษาและสุขภาพ แผนกจิตเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งได้ทำการศึกษาเชิงคุณภาพในกลุ่มผู้หญิงและแพทย์ในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก 4 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง ปากีสถาน และไทย โดยจากการศึกษาเชิงปริมาณในประเทศไทยพบว่ากิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ไดรับผลกระทบจากกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน ได้แก่ ประสิทธภาพการทำงาน 66% ความเป็นระเบียบภายในบ้าน 53% คู่รักครอบครัว 23% เพื่อนและผู้ร่วมงาน 13% กิจกรรมยามว่าง 12% กิจกรรมทางเพศ 12% และการเรียน 8%
ผศ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโธ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว่า ผู้มีอาการ่อนมีประจำเดือนควรปรึกษาแพทย์เพื่อรบการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม พร้อมกันนี้ควรปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันควบคู่ไปด้วย อาทิ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฝึกสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ พักผ่อนให้เพียงพอ บริโภคอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ หลีกเลี่ยงความเครียดในชีวิตประจำวัน
นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน
ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 24 เมษายน 2553
ชุดคนอ้วน
วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553
อ้วนเพราะไมโครเวฟ???
อ้วนเพราะไมโครเวฟ???
ศาสตราจารย์เจน วอร์เดิล นักจิตวิทยาคลินิก มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน กล่าวว่า โรคอ้วนได้เริ่มระบาดหลังจากปี พ.ศ. 2527 ขึ้นอย่างรวดเร็วไล่ๆกันกับการแตกตื่นใช้เตาไมโครเวฟ พร้อมกับการปรากฏมีอาหารสำเร็จรูปวางขายตามร้านสรรพสินค้าเป็นครั้งแรก ในขณะที่ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตก็โผล่ขี้นมาเป็นดอกเห็ด การสำรวจในพ.ศ.2523 ยังพบว่าผู้หญิงอังกฤษที่อ้วนเกินมีแค่ 8% และผู้ชาย 6% อาจารย์วอร์เดิลกล่าวว่า จากการดูสถิติตัวเลขอัตราความอ้วนของประชากร เป็นช่วงระยะเวลายาวเห็นได้ชัดว่าโรคอ้วนได้เพิ่งเกิดเมื่อช่วงระยะเวลา พ.ศ. 2527-2534 นี่เอง และเมื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่ได้เกิดขี้นในเรื่องอาหารและกิจกรรมอื่นของโลกในช่วงนั้น จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดอันหนึ่ง คือความผิดแผกแตกต่างในเรื่องความเร็วของการปรุงอาหาร อันเป็นผลมาจากการเกิดของเตาไมโครเวฟ ไม่ใช่ตั้งใจจะไปประณามมันหากแต่มันเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขี้น ในแง่ของความสะดวกรวดเร็วในการหาอาหารใส่ท้อง
ที่มา นิตยสาร Baby & Kid's Digest ฉบับ Aug 2007
เสื้อผ้าคนอ้วน เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วน
ศาสตราจารย์เจน วอร์เดิล นักจิตวิทยาคลินิก มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน กล่าวว่า โรคอ้วนได้เริ่มระบาดหลังจากปี พ.ศ. 2527 ขึ้นอย่างรวดเร็วไล่ๆกันกับการแตกตื่นใช้เตาไมโครเวฟ พร้อมกับการปรากฏมีอาหารสำเร็จรูปวางขายตามร้านสรรพสินค้าเป็นครั้งแรก ในขณะที่ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตก็โผล่ขี้นมาเป็นดอกเห็ด การสำรวจในพ.ศ.2523 ยังพบว่าผู้หญิงอังกฤษที่อ้วนเกินมีแค่ 8% และผู้ชาย 6% อาจารย์วอร์เดิลกล่าวว่า จากการดูสถิติตัวเลขอัตราความอ้วนของประชากร เป็นช่วงระยะเวลายาวเห็นได้ชัดว่าโรคอ้วนได้เพิ่งเกิดเมื่อช่วงระยะเวลา พ.ศ. 2527-2534 นี่เอง และเมื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่ได้เกิดขี้นในเรื่องอาหารและกิจกรรมอื่นของโลกในช่วงนั้น จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดอันหนึ่ง คือความผิดแผกแตกต่างในเรื่องความเร็วของการปรุงอาหาร อันเป็นผลมาจากการเกิดของเตาไมโครเวฟ ไม่ใช่ตั้งใจจะไปประณามมันหากแต่มันเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขี้น ในแง่ของความสะดวกรวดเร็วในการหาอาหารใส่ท้อง
ที่มา นิตยสาร Baby & Kid's Digest ฉบับ Aug 2007
เสื้อผ้าคนอ้วน เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วน
วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2553
เลือกชุดคลุมท้องตามสไตล์ใส่แล้วสวย
ปัจจุบันนี้คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงกับการใส่เสื้อผ้าอาภรต่างๆ นั้นก็มักที่จะตามติดกระแสแฟชั่นกันทั้งนั้นไม่เว้นแม้กระทั่งคุณผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ว่าที่คุณแม่หลายท่านอาจจะตั้งท้องแรก หรือบางคนอาจจะเป็นท้องที่ 2 หรือท้องที่ 3 แล้วก็ได้ แต่สำหรับคุณผู้หญิงที่กำลังตั้งท้องแรกล่ะจะมีวิธีเตรียมเสื้อผ้าอย่างไรให้เหมาะกับรูปร่างและลักษณะของครรภ์ที่เปลี่ยนไปในตลอดระยะเวลา 9 เดือน วันนี้เรามีวิธีแนะนำการเลือกใส่ชุดคลุมท้องให้เหมาะกับรูปร่างของคุณสาวๆที่กำลังตั้งครรภ์มาฝากค่ะ
ชุดคลุมท้องมีพัฒนาการและรูปแบบออกมาเรื่อยๆตามยุคสมัยค่ะ เริ่มจากที่เป็นชุดคลุมตัวยาว ปกปิดมิดชิดเรียบร้อย จนมาเดี๋ยวนี้กลายมาเป็นชุดคลุมท้องที่ออกแนวแฟชั่นที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ชุดคลุมท้องที่เป็นแบบเรียบๆ ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย ดูเปรี้ยว หวาน เก๋ และมีสไตล์หลากหลายมากขี้น เรียกได้ว่าถูกใจคุณแม่เองได้เป็นอย่างมาก
เสื้อชุดคลุมตามขนาดท้อง
ท้องอ่อนๆ เป็นช่วงที่ท้องยังเล็กหรือแทบจะมองไม่เห็นเลยนี้ ว่าที่คุณแม่บางคนอาจมองว่าใส่อะไรก็ได้ แต่ความเป็นจริงแล้วลักษณะของท้องช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และพยายามอย่าทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวหรือออกแรงมากนัก เพราะอาจจะกระทบกระเทือนต่อลูกในท้องได้ แต่ร่างกายก็ยังไม่ขยายหรือเปลี่ยนแปลงอะไรมาก ซึ่งการเลือกชุดคลุมท้อง คุณแม่ควรเลือกใส่ชุดหรือกางเกงที่ไม่รัดแน่นตรงหน้าท้องมากนัก ให้ดูชุดแบบสบายๆ ไม่อึดอัดจนเกินไปเป็นชุดที่มีอยู่เดิมก็ได้แต่ต้องเลือกนิดนึงคะว่าไม่ให้รัดแน่นมากเกินไป
ท้องกลาง จัดว่าเป็นช่วงของการตั้งท้องอยู่ในไตรมาสที่ 2 รูปร่างสรีระของคุณแม่ก็จะเปลี่ยนไป อย่างสะโพก ก้น ท้องก็จะเริ่มขยาย ส่วนไหล่ แขน จะไม่ค่อยขยายออกมากเท่าไหร่ ซึ่งการเลือกชุดคลุมท้องจึงต้องคำนึงถึงร่างกายส่วนล่างที่เริ่มมีการขยายมากกว่าเดิม อย่างกางเกงควรเลือกแบบคนท้อง คือมีขอบขยายยางยืด ให้หากางเกงที่รองรับขนาดของท้อง และต้องรัดตรงใต้ท้อง อย่าใส่กางเกงที่รัดหน้าท้อง ส่วนชุดคลุมท้องที่เปนกระโปรงให้เลือกแบไหนก็ได้ค่ะ
ท้องใหญ่ ใกล้คลอดแบบนี้ เป็นช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของการตั้งครรภ์ค่ะ ช่วงนี้ท้องและรูปร่างของคุณแม่จะดูใหญ่ไปหมดคะ ทั้งท้อง สะโพก แขน ขา การเลือกชุดคลุมท้องจึงควรต้องหาชุดคลุมท้องแบบบอลลูน (คือกระโปรงที่มีการจับชายด้านล่าง) ส่วนเสื้อก็พยายามหาให้เป็นแบบที่มีการจับจีบใต้อก เพราะจะช่วยอำพรางรูปร่างได้ค่ะ ทำให้ดูผอม และไม่รู้สึกอดอัดจนเกินไป
ชุดคลุมท้องที่เหมาะสำหรับรูปร่างของคุณแม่แต่ละแบบ
Short & Chubby คูณแม่ที่เป็นคนเตี้ยและเจ้าเนื้อค่อนไปทางอ้วน ควรเลือกใส่เลคกิ้ง เน้นสีเข้มอำพาง เช่น สีดำ เทา ขี้ม้า และให้เลือกใส่เสื้อตัวยาวจะเป็นแขนสั้น แขนยาวก็ได้คะขอแค่ให้คลุมปิดช่วงก้นและสะโพกเป็นพอ
Skinny & Short คุณแม่ที่มีลักษณะรูปร่างเป็นคนที่เตี้ยตัวเล็กจะใส่อะไรก็ได้ แต่ถ้าต้องการใส่แล้วดูดีดูสง่า เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวคุณแม่แล้วล่ะก็ ควรเลือกใส่กางเกงขาสั้นแต่ต้องเป็นแบบสำหรับคนท้องเพื่อช่วยให้ขาดูยาวขี้น ส่วนเสื้ออาจจะใส่เสื้อยืดซึ่งสามารถใส่ได้ทุกแบบ แต่ถ้าเป็นเสื้อยืดไม่ควรใส่เสื้อรูปคอตัวยู ไม่เหมาะกับเสื้อแขนกุด แต่ให้เป็นแบบแขนตุ๊กตาหรือแขนต่อจะดูดี และเหมาะกว่าค่ะ
Tall & Skinny คุณแม่ที่มีรูปร่างผอมสูงสามารถที่จะใส่เสื้อได้เกือบทุกแบบนะคะ เพียงแค่ต้องระวังเรื่องการเลือกเสื้อ คือไม่ควรใส่เสื้อที่เน้นตรงคอ เพราะจะทำให้เห็นกระดูกตรงคอซึ่งดูไม่สวย และไม่ให้เน้นหน้าอก ส่วนแบบเสื้ออย่างอื่นนอกเหนือจากที่บอกมานี้ก็สามารถนำมาใส่ได้เลยค่ะ
ที่มา นิตยสาร Baby & Kid's digest ฉบับ July 2008
เสื้อผ้าคนอ้วน เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วน
ชุดคลุมท้องมีพัฒนาการและรูปแบบออกมาเรื่อยๆตามยุคสมัยค่ะ เริ่มจากที่เป็นชุดคลุมตัวยาว ปกปิดมิดชิดเรียบร้อย จนมาเดี๋ยวนี้กลายมาเป็นชุดคลุมท้องที่ออกแนวแฟชั่นที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ชุดคลุมท้องที่เป็นแบบเรียบๆ ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย ดูเปรี้ยว หวาน เก๋ และมีสไตล์หลากหลายมากขี้น เรียกได้ว่าถูกใจคุณแม่เองได้เป็นอย่างมาก
เสื้อชุดคลุมตามขนาดท้อง
ท้องอ่อนๆ เป็นช่วงที่ท้องยังเล็กหรือแทบจะมองไม่เห็นเลยนี้ ว่าที่คุณแม่บางคนอาจมองว่าใส่อะไรก็ได้ แต่ความเป็นจริงแล้วลักษณะของท้องช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และพยายามอย่าทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวหรือออกแรงมากนัก เพราะอาจจะกระทบกระเทือนต่อลูกในท้องได้ แต่ร่างกายก็ยังไม่ขยายหรือเปลี่ยนแปลงอะไรมาก ซึ่งการเลือกชุดคลุมท้อง คุณแม่ควรเลือกใส่ชุดหรือกางเกงที่ไม่รัดแน่นตรงหน้าท้องมากนัก ให้ดูชุดแบบสบายๆ ไม่อึดอัดจนเกินไปเป็นชุดที่มีอยู่เดิมก็ได้แต่ต้องเลือกนิดนึงคะว่าไม่ให้รัดแน่นมากเกินไป
ท้องกลาง จัดว่าเป็นช่วงของการตั้งท้องอยู่ในไตรมาสที่ 2 รูปร่างสรีระของคุณแม่ก็จะเปลี่ยนไป อย่างสะโพก ก้น ท้องก็จะเริ่มขยาย ส่วนไหล่ แขน จะไม่ค่อยขยายออกมากเท่าไหร่ ซึ่งการเลือกชุดคลุมท้องจึงต้องคำนึงถึงร่างกายส่วนล่างที่เริ่มมีการขยายมากกว่าเดิม อย่างกางเกงควรเลือกแบบคนท้อง คือมีขอบขยายยางยืด ให้หากางเกงที่รองรับขนาดของท้อง และต้องรัดตรงใต้ท้อง อย่าใส่กางเกงที่รัดหน้าท้อง ส่วนชุดคลุมท้องที่เปนกระโปรงให้เลือกแบไหนก็ได้ค่ะ
ท้องใหญ่ ใกล้คลอดแบบนี้ เป็นช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของการตั้งครรภ์ค่ะ ช่วงนี้ท้องและรูปร่างของคุณแม่จะดูใหญ่ไปหมดคะ ทั้งท้อง สะโพก แขน ขา การเลือกชุดคลุมท้องจึงควรต้องหาชุดคลุมท้องแบบบอลลูน (คือกระโปรงที่มีการจับชายด้านล่าง) ส่วนเสื้อก็พยายามหาให้เป็นแบบที่มีการจับจีบใต้อก เพราะจะช่วยอำพรางรูปร่างได้ค่ะ ทำให้ดูผอม และไม่รู้สึกอดอัดจนเกินไป
ชุดคลุมท้องที่เหมาะสำหรับรูปร่างของคุณแม่แต่ละแบบ
Short & Chubby คูณแม่ที่เป็นคนเตี้ยและเจ้าเนื้อค่อนไปทางอ้วน ควรเลือกใส่เลคกิ้ง เน้นสีเข้มอำพาง เช่น สีดำ เทา ขี้ม้า และให้เลือกใส่เสื้อตัวยาวจะเป็นแขนสั้น แขนยาวก็ได้คะขอแค่ให้คลุมปิดช่วงก้นและสะโพกเป็นพอ
Skinny & Short คุณแม่ที่มีลักษณะรูปร่างเป็นคนที่เตี้ยตัวเล็กจะใส่อะไรก็ได้ แต่ถ้าต้องการใส่แล้วดูดีดูสง่า เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวคุณแม่แล้วล่ะก็ ควรเลือกใส่กางเกงขาสั้นแต่ต้องเป็นแบบสำหรับคนท้องเพื่อช่วยให้ขาดูยาวขี้น ส่วนเสื้ออาจจะใส่เสื้อยืดซึ่งสามารถใส่ได้ทุกแบบ แต่ถ้าเป็นเสื้อยืดไม่ควรใส่เสื้อรูปคอตัวยู ไม่เหมาะกับเสื้อแขนกุด แต่ให้เป็นแบบแขนตุ๊กตาหรือแขนต่อจะดูดี และเหมาะกว่าค่ะ
Tall & Skinny คุณแม่ที่มีรูปร่างผอมสูงสามารถที่จะใส่เสื้อได้เกือบทุกแบบนะคะ เพียงแค่ต้องระวังเรื่องการเลือกเสื้อ คือไม่ควรใส่เสื้อที่เน้นตรงคอ เพราะจะทำให้เห็นกระดูกตรงคอซึ่งดูไม่สวย และไม่ให้เน้นหน้าอก ส่วนแบบเสื้ออย่างอื่นนอกเหนือจากที่บอกมานี้ก็สามารถนำมาใส่ได้เลยค่ะ
ที่มา นิตยสาร Baby & Kid's digest ฉบับ July 2008
เสื้อผ้าคนอ้วน เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วน
วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553
การนวดเพื่อให้ใบหน้าเรียวเล็ก
พอรู้สึกตัวกางเกงตัวเก่งก็ใส่ไม่ได้ซะแล้ว อาการบวมน้ำ กล้างเนื้อหย่อนคล้อย ไขมันต่างๆ ที่สะสมเป็นต้นเหตุตัวดี แบบนี้ไม่ได้แน่ ต้องทำอะไรซักอย่าง เล็คเชอร์การนวดที่ร่ำลือกันว่าเห็นผลทันตา มาเรียนรู้วิธีการมีรูปร่างที่น่าหลงใหลพิชิตใจหนุ่มๆกันเถอะ
วิธีการนวดให้ใบหน้าเรียวเล็ก
โครงหน้าที่เรียว
ขั้นตอนที่สำคัญมากที่ทำให้หน้าดูเล็กลง!!
1. ใช้นิ้วกลางเป็ฯหลักในการออกแรงกดบริเวณใต้หู วางนิ้วกลางไว้ตรงแอ่งใต้ติ่งหู ส่วนนิ้วชี้และนิ้วกลางให้แนบไปด้วยปล่อยสบายๆใช้ปลายนิ้วออกแรงกด 3 วินาที
2. กดจุด 3 จุด บริเวณต้อคอไล่จากบนลงล่าง แบ่ง 3 จุด จากใต้หูถึงบริเวณเหนือกระดูกไหปลาร้า ใช้ 3 นิ้ว กด 3 วินาที ทำหน้าที่ราวกับท่อแป๊บ เหมือนกับการขับของเสียออกจากใบหน้า
3. กลับด้านนิ้วแล้ววางลงบริเวณแอ่งตรงกระดูกไหปลาร้า งอนิ้วยกเว้นนิ้วโป้ง ใช้ด้านหลังมือบริเวณข้อต่อแรกวางไว้ที่แอ่งบริเวณกระดูกไหปลาร้ากดไว้ 3 วินาที ขั้นต่อนที่ 1-3 นับเป็น 1 เซ็ต ทำ 3 เซ็ต
แก้มกระชับได้รูป
ลดเนื้อบริเวณแก้มที่บวมออกมา
1. ใช้ข้อนิ้วทั้งสองข้างกดบริเวณใต้โหนกแก้มค้างไว้ 5 วินาที กำมือหลวมๆใช้ข้อนิ้วข้อที่ 2 ของนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางกดใต้โหนกแก้ม นี่เป็นส่วนที่ทำให้ใบหน้าเล็กลง
2. ทำแบบขั้นตอนที่ 1 กดบริเวณด้านข้างของโหนกแก้มค้างไว้ 5 วินาที เลื่อนมือจากขั้นตอนแรกไปด้านข้างของโหนกแก้มกดไว้ 5 วินาที จุดสำคัญคือกดด้วยความแรกงที่เจ็บแบบสบายๆ
3. ใช้ปลายนิ้วนวดบริเวณรอยต่อระหว่างผมยกกระชับใบหน้า นวดเป็นวงกลมโดยวางนิ้วนางที่ไรผมเหนือขมับ นิ้วชี้ไว้ที่เหนือกระดูกข้อต่อบริเวณหู นิ้วกลางไว้ในระดับที่สบายๆ ทำ 8 วินาที
4. ใช้ปลายนิ้วบิดคลายส่วนที่กังวลบริเวณแก้ม วางนิ้วชี้ตรงข้างบนแก้มให้ขนานกันในแนวนอน กดแล้วบิดตามทิศทางของมือแต่ละข้าง แต่ที่ค้างไว้ 3 วินาที
ดวงตาโตขี้นผลของใบหน้าที่เล็กลง ลดความบวมทำให้ดวงตาโตขี้น
1. ใช้นิ้วกลางกดไปที่หัวตา 5 วินาที ใช้นิ้วกลางกดหัวตาทั้งสองข้าง ( ข้างดั้งจมูก ) ใช้นิ้วหมุนด้านหลังของดั้งจมูกขจัดอาการบวมน้ำและคลายความล้ารอบดวงตา
2. วางนิ้วบริเวณเหนือลูกตา แล้วนวด วางนิ้วนางบริเวณลูกตาใกล้ๆหัวคิ้ว นิ้วให้วางเรียงกันไปบนลูกตา โดยเว้นระยะประมาณ 1 cm. กดกระดูกด้านใน 5 วินาที ด้วยความแรงที่รู้สึกดี
3. กดถุงใต้ตาให้ดวงตาที่คล้ำดูสดใน วางนิ้วนางบริเวณใต้หัวตา นิ้ววางเรียงกันตามกระดูกเว้นระยะประมาณ 1 cm. กดกระดูกด้านใน 5 วินาที ระบายของเสียที่สะสมบริเวณรอบดวงตา
4. นวดขมับตามชอบ นวดผ่อนคลายบริเวณที่รู้สึกดีจากหางตาจนถึงรอยต่อระหว่างผม ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางนวดเป็นวงกลมโดยให้นิ้วกลางเป็นหลัก
ที่มา นิตยาสาร SCawii August 2009
เสื้อผ้าคนอ้วน เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วน
วิธีการนวดให้ใบหน้าเรียวเล็ก
โครงหน้าที่เรียว
ขั้นตอนที่สำคัญมากที่ทำให้หน้าดูเล็กลง!!
1. ใช้นิ้วกลางเป็ฯหลักในการออกแรงกดบริเวณใต้หู วางนิ้วกลางไว้ตรงแอ่งใต้ติ่งหู ส่วนนิ้วชี้และนิ้วกลางให้แนบไปด้วยปล่อยสบายๆใช้ปลายนิ้วออกแรงกด 3 วินาที
2. กดจุด 3 จุด บริเวณต้อคอไล่จากบนลงล่าง แบ่ง 3 จุด จากใต้หูถึงบริเวณเหนือกระดูกไหปลาร้า ใช้ 3 นิ้ว กด 3 วินาที ทำหน้าที่ราวกับท่อแป๊บ เหมือนกับการขับของเสียออกจากใบหน้า
3. กลับด้านนิ้วแล้ววางลงบริเวณแอ่งตรงกระดูกไหปลาร้า งอนิ้วยกเว้นนิ้วโป้ง ใช้ด้านหลังมือบริเวณข้อต่อแรกวางไว้ที่แอ่งบริเวณกระดูกไหปลาร้ากดไว้ 3 วินาที ขั้นต่อนที่ 1-3 นับเป็น 1 เซ็ต ทำ 3 เซ็ต
แก้มกระชับได้รูป
ลดเนื้อบริเวณแก้มที่บวมออกมา
1. ใช้ข้อนิ้วทั้งสองข้างกดบริเวณใต้โหนกแก้มค้างไว้ 5 วินาที กำมือหลวมๆใช้ข้อนิ้วข้อที่ 2 ของนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางกดใต้โหนกแก้ม นี่เป็นส่วนที่ทำให้ใบหน้าเล็กลง
2. ทำแบบขั้นตอนที่ 1 กดบริเวณด้านข้างของโหนกแก้มค้างไว้ 5 วินาที เลื่อนมือจากขั้นตอนแรกไปด้านข้างของโหนกแก้มกดไว้ 5 วินาที จุดสำคัญคือกดด้วยความแรกงที่เจ็บแบบสบายๆ
3. ใช้ปลายนิ้วนวดบริเวณรอยต่อระหว่างผมยกกระชับใบหน้า นวดเป็นวงกลมโดยวางนิ้วนางที่ไรผมเหนือขมับ นิ้วชี้ไว้ที่เหนือกระดูกข้อต่อบริเวณหู นิ้วกลางไว้ในระดับที่สบายๆ ทำ 8 วินาที
4. ใช้ปลายนิ้วบิดคลายส่วนที่กังวลบริเวณแก้ม วางนิ้วชี้ตรงข้างบนแก้มให้ขนานกันในแนวนอน กดแล้วบิดตามทิศทางของมือแต่ละข้าง แต่ที่ค้างไว้ 3 วินาที
ดวงตาโตขี้นผลของใบหน้าที่เล็กลง ลดความบวมทำให้ดวงตาโตขี้น
1. ใช้นิ้วกลางกดไปที่หัวตา 5 วินาที ใช้นิ้วกลางกดหัวตาทั้งสองข้าง ( ข้างดั้งจมูก ) ใช้นิ้วหมุนด้านหลังของดั้งจมูกขจัดอาการบวมน้ำและคลายความล้ารอบดวงตา
2. วางนิ้วบริเวณเหนือลูกตา แล้วนวด วางนิ้วนางบริเวณลูกตาใกล้ๆหัวคิ้ว นิ้วให้วางเรียงกันไปบนลูกตา โดยเว้นระยะประมาณ 1 cm. กดกระดูกด้านใน 5 วินาที ด้วยความแรงที่รู้สึกดี
3. กดถุงใต้ตาให้ดวงตาที่คล้ำดูสดใน วางนิ้วนางบริเวณใต้หัวตา นิ้ววางเรียงกันตามกระดูกเว้นระยะประมาณ 1 cm. กดกระดูกด้านใน 5 วินาที ระบายของเสียที่สะสมบริเวณรอบดวงตา
4. นวดขมับตามชอบ นวดผ่อนคลายบริเวณที่รู้สึกดีจากหางตาจนถึงรอยต่อระหว่างผม ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางนวดเป็นวงกลมโดยให้นิ้วกลางเป็นหลัก
ที่มา นิตยาสาร SCawii August 2009
เสื้อผ้าคนอ้วน เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วน
ป้ายกำกับ:
ใบหน้าเรียวเล็ก,
วิธีการนวด,
เสื้อผ้าคนอ้วน
วันพุธที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2553
9 วิธีง่ายๆกับการลดความอ้วน
สาวๆที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ลองมาดูเคล็ดลับง่ายๆในการลดความอ้วนกันนะคะ
1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ควรลดปริมาณแป้ง ไขมัน และน้ำตาล ไม่ควรงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะจะทำให้รับประทานมื้อถัดไปในปริมาณที่มาก ควรรับประทานอาหารประเภทผักใบเขียวเพราะมีใยอาหารอยู่มาก และไม่ควรทานอาหารมื้อดึกเด็ดขาด เพราะคุณกำลังเข้านอนแล้ว อาหารที่ทานเข้าไปไม่ถูกใช้งานมีแต่ทำให้อ้วน
2. ไม่ควรให้ตู้เย็นเต็มไปด้วยขนมนมเนยต่างๆที่ทำให้อ้วน แต่ควรมีแต่อาหารที่มีประโยชน์ ที่จะช่วยให้คุณแข็งแรง และสวยงาม เช่นผลไม้ หรือ น้ำผลไม้
3. ดื่มน้ำก่อนอาหารเพื่อถ่วงกระเพาะอาหาร จะทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง หรือรับประทานใยอาหารก่อนอาหารประมาณครึ่งชั่วโมงแทน
4. ควรทานอาหารเช้าทุกวัน เพราะอาหารเช้าช่วยทำให้คุณทานอาหารมื้ออื่นได้น้อยลง และทำให้คุณมีประสิทธิภาพได้การทำงานได้ดีด้วย การเป็นคนผอมแต่ดูอิดโรย ไม่มีสมาธิในการทำงานเนื่องจากหิว ย่อมมีแต่ผลเสีย ขาดบุคคลิกภาพที่ดี และการทานอาหารให้ตรงเวลา จะให้คุณไม่เผลอทานอาหารในปริมาณมากด้วย
5. อย่าให้ปริมาณอาหารกำหนดการกินของคุณ ควรกินให้อิ่มพอดี ไม่รู้สึกอึดอัด ควรเคี้ยวช้าๆเพื่อให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และอิ่มเร็ว ใช้ภาชนะที่เล็กลง ใช้ช้อนเล็กลง เพื่อให้รู้สึกว่าปริมาณอาหารมีมากขี้น ไม่ควรเสียดายอาหารที่เหลือในจาน
6. อย่าทานกาแฟ เพราะกาแฟ 1 ถ้วยเท่ากับทานข้าว 1 ถึง 2 จาน ควรรับประทานน้ำขิง หรือ ชาเขียวแทน และชาเขียวช่วยร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขี้นด้วย
7. ออกกำลังกายมากขี้น เพราะจะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้น้อยลง ช่วยให้รูปร่างกระชับได้สัดส่วน การลดความอ้วน โดยลดแต่อาหารอย่างเดียว อาจผอมลงได้แต่รูปร่างไม่ได้สัดส่วน จำเป็นต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย มีความเข้าใจที่ผิดๆว่าการกำลังกายทำให้หิวเร็วและรับประทานอาหารในปริมาณที่มาก แต่ในความเป็นจริงผู้ที่ได้ออกกำลังกายมักมีความเบื่อ และแก้ด้วยการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายจะช่วยแก้ความเบื่อหน่ายนี้ได้
8. พยายามพักผ่อนมากๆ เพื่อให้ดูสดใส ไม่ใช่รูปร่างดี แต่ดูทรุดโทรม และการพักผ่อนเต็มที่จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญจากปกติได้ถึง 40%
9. สร้างแรงจูงใจ เช่น นำกางเกงที่เคยใส่ได้ มาลองใส่ดู แล้วตั้งเป้าหมายต้องใส่ให้ได้เหมือนเดิม หรือนำรูปนางแบบหุ่นดีๆใส่ชุดสวยมาแปะไว้หน้าตู้เย็น
เสื้อผ้าคนอ้วน เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วน
1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ควรลดปริมาณแป้ง ไขมัน และน้ำตาล ไม่ควรงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะจะทำให้รับประทานมื้อถัดไปในปริมาณที่มาก ควรรับประทานอาหารประเภทผักใบเขียวเพราะมีใยอาหารอยู่มาก และไม่ควรทานอาหารมื้อดึกเด็ดขาด เพราะคุณกำลังเข้านอนแล้ว อาหารที่ทานเข้าไปไม่ถูกใช้งานมีแต่ทำให้อ้วน
2. ไม่ควรให้ตู้เย็นเต็มไปด้วยขนมนมเนยต่างๆที่ทำให้อ้วน แต่ควรมีแต่อาหารที่มีประโยชน์ ที่จะช่วยให้คุณแข็งแรง และสวยงาม เช่นผลไม้ หรือ น้ำผลไม้
3. ดื่มน้ำก่อนอาหารเพื่อถ่วงกระเพาะอาหาร จะทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง หรือรับประทานใยอาหารก่อนอาหารประมาณครึ่งชั่วโมงแทน
4. ควรทานอาหารเช้าทุกวัน เพราะอาหารเช้าช่วยทำให้คุณทานอาหารมื้ออื่นได้น้อยลง และทำให้คุณมีประสิทธิภาพได้การทำงานได้ดีด้วย การเป็นคนผอมแต่ดูอิดโรย ไม่มีสมาธิในการทำงานเนื่องจากหิว ย่อมมีแต่ผลเสีย ขาดบุคคลิกภาพที่ดี และการทานอาหารให้ตรงเวลา จะให้คุณไม่เผลอทานอาหารในปริมาณมากด้วย
5. อย่าให้ปริมาณอาหารกำหนดการกินของคุณ ควรกินให้อิ่มพอดี ไม่รู้สึกอึดอัด ควรเคี้ยวช้าๆเพื่อให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และอิ่มเร็ว ใช้ภาชนะที่เล็กลง ใช้ช้อนเล็กลง เพื่อให้รู้สึกว่าปริมาณอาหารมีมากขี้น ไม่ควรเสียดายอาหารที่เหลือในจาน
6. อย่าทานกาแฟ เพราะกาแฟ 1 ถ้วยเท่ากับทานข้าว 1 ถึง 2 จาน ควรรับประทานน้ำขิง หรือ ชาเขียวแทน และชาเขียวช่วยร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขี้นด้วย
7. ออกกำลังกายมากขี้น เพราะจะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้น้อยลง ช่วยให้รูปร่างกระชับได้สัดส่วน การลดความอ้วน โดยลดแต่อาหารอย่างเดียว อาจผอมลงได้แต่รูปร่างไม่ได้สัดส่วน จำเป็นต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย มีความเข้าใจที่ผิดๆว่าการกำลังกายทำให้หิวเร็วและรับประทานอาหารในปริมาณที่มาก แต่ในความเป็นจริงผู้ที่ได้ออกกำลังกายมักมีความเบื่อ และแก้ด้วยการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายจะช่วยแก้ความเบื่อหน่ายนี้ได้
8. พยายามพักผ่อนมากๆ เพื่อให้ดูสดใส ไม่ใช่รูปร่างดี แต่ดูทรุดโทรม และการพักผ่อนเต็มที่จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญจากปกติได้ถึง 40%
9. สร้างแรงจูงใจ เช่น นำกางเกงที่เคยใส่ได้ มาลองใส่ดู แล้วตั้งเป้าหมายต้องใส่ให้ได้เหมือนเดิม หรือนำรูปนางแบบหุ่นดีๆใส่ชุดสวยมาแปะไว้หน้าตู้เย็น
เสื้อผ้าคนอ้วน เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วน
วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553
คนอ้วนกับบุคคลิกภาพ
คนอ้วนมักจะขาดความมั่นใจในตนเอง ทำให้ขาดบุคคลิกภาพที่ดี วันนี้เราจีงมีข้อแนะนำสำหรับคนอ้วนเพื่อให้คุณเป็นคนที่มั่นใจใน
ตนเอง มีบุคคลิกภาพที่ดีดังนี้ค่ะ
1. คนอ้วนควรเลือกเสื้อผ้าคนอ้วนที่เหมาะกับรูปร่างจะทำให้ดูสดใสและช่วยพรางรูปร่างให้ดูผอมลง เช่นถ้าเป็นคนช่วงบนใหญ่ ช่วงล่างเล็ก ควรใส่ท่อนบนสีเข้ม ท่อนล่างสีอ่อน จะช่วยให้ช่วงบนดูเล็กได้ค่ะ ดูเทคนิคการเลือกเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วนได้ที่นี่ค่ะ
2. แต่งหน้าให้ดูแก้มตอบจะช่วยให้ดูผอมลง และการแต่งหน้าจะช่วยให้คุณดูกระฉับกระเฉง น่ารัก สดใส จนใครๆก็มองข้ามความอ้วนคุณไปได้ค่ะ
3. อย่ามัวแต่อมทุกข์ ทำตัวให้มีความสุข มีความเชื่อมั่น มีความเป็นมิตรกับคนรอบข้าง จะทำให้ทุกคนรู้สึกรักใคร่ในตัวคุณ แล้วคุณเองก็จะมีความสุขค่ะ
4. ลดความอ้วนอย่างถูกวิธี ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่พยายามลดแป้ง ไขมัน หมั่นออกกำลังกาย และพักผ่อนให้มากๆ การลดความอ้วนอย่างผิดๆ จะทำให้ร่างกายทรุดโทรมส่งผลต่อบุคคลิกภาพที่ไม่ดี
ลองทำดูนะคะ แล้วคุณจะเป็นหนี่งในคนอ้วนที่ดูน่ารัก สวย สดใส หมั่นแต่งเนื้อแต่งตัว มองโลกในแง่ดี แล้วทุกอย่างจะดีตามมาค่ะ
ตนเอง มีบุคคลิกภาพที่ดีดังนี้ค่ะ
1. คนอ้วนควรเลือกเสื้อผ้าคนอ้วนที่เหมาะกับรูปร่างจะทำให้ดูสดใสและช่วยพรางรูปร่างให้ดูผอมลง เช่นถ้าเป็นคนช่วงบนใหญ่ ช่วงล่างเล็ก ควรใส่ท่อนบนสีเข้ม ท่อนล่างสีอ่อน จะช่วยให้ช่วงบนดูเล็กได้ค่ะ ดูเทคนิคการเลือกเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วนได้ที่นี่ค่ะ
2. แต่งหน้าให้ดูแก้มตอบจะช่วยให้ดูผอมลง และการแต่งหน้าจะช่วยให้คุณดูกระฉับกระเฉง น่ารัก สดใส จนใครๆก็มองข้ามความอ้วนคุณไปได้ค่ะ
3. อย่ามัวแต่อมทุกข์ ทำตัวให้มีความสุข มีความเชื่อมั่น มีความเป็นมิตรกับคนรอบข้าง จะทำให้ทุกคนรู้สึกรักใคร่ในตัวคุณ แล้วคุณเองก็จะมีความสุขค่ะ
4. ลดความอ้วนอย่างถูกวิธี ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่พยายามลดแป้ง ไขมัน หมั่นออกกำลังกาย และพักผ่อนให้มากๆ การลดความอ้วนอย่างผิดๆ จะทำให้ร่างกายทรุดโทรมส่งผลต่อบุคคลิกภาพที่ไม่ดี
ลองทำดูนะคะ แล้วคุณจะเป็นหนี่งในคนอ้วนที่ดูน่ารัก สวย สดใส หมั่นแต่งเนื้อแต่งตัว มองโลกในแง่ดี แล้วทุกอย่างจะดีตามมาค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)